ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เปิดกรุ..!! รายการสิ่งของบริจาคในวันเปิดอาคารเรียนโรงเรียนศรีบุณยานุสสรณ เมื่อเกือบ ๙๐ ปีที่แล้ว


โรงเรียนศรีบุณยานุสสรณ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๔
ภาพจากหนังสือที่ระลึกในการฉลองโรงเรียน "ศรีบุณยานุสสรณ" และสะพาน "เริงบุญ"

โรงเรียนเทศบาลศรีบุณยานุสสรณ์ โรงเรียนเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของตลาดกระทุ่มแบนที่เชื่อได้ว่ามีศิษย์เก่าเป็นคนกระทุ่มแบนสำเร็จการศึกษาจากที่นี่จำนวนมากมาย

ในเรื่องเกี่ยวกับประวัติโรงเรียนนั้นผู้เขียนขอยกยอดไว้ในโอกาสถัดไป โดยในบทความนี้จะกล่าวถึงเรื่องสิ่งของบริจาคจากประชาชนผู้มีใจเป็นสาธารณะในเหตุการณ์เมื่อครั้งการทำพิธีเปิดอาคารเรียนหลังใหม่เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่นายเซียวซองอ๊วน สีบุญเรือง เมื่อ ๑๖ ตุลาคม ๒๔๗๕ (ในราชกิจจานุเบกษาแจ้งไว้ว่าเป็นการทำพิธีเปิดโรงเรียนประจำอำเภอกระทุ่มแบน "ศรีบุณยานุสสรณ")

นายเซียวซองอ๊วน สีบุญเรือง
ภาพจากหนังสือที่ระลึกในการฉลองโรงเรียน "ศรีบุณยานุสสรณ" และสะพาน "เริงบุญ"

เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ในพิธีเปิดอาคารเรียนโรงเรียนศรีบุณยานุสสรณ เมือ พ.ศ. ๒๔๗๕
ภาพจากโรงเรียนเทศบาลศรีบุณยานุสสรณ์

ภาพถ่ายนักเรียนหน้าอาคารเรียนเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๙๐ มองเห็นซุ้มอนุสรณ์นายเซียว ซอง อ๊วน
ภาพจากคุณไพรรัตน์ สมพลวัฒนา (นามสกุลเดิม พงษ์ศิวาภัย)

นอกจากนอกจากซุ้มคอนกรีตประดิษฐานรูปนายเซียวซองอ๊วน สีบุญเรือง ซึ่งหล่อด้วยทองแดงอันเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีของคนกระทุ่มแบนและศิษย์เก่าจากโรงเรียนแห่งนี้แล้ว ผู้เขียนยังคิดว่าสิ่งของบริจาคในครานั้นที่มีผู้มอบให้เป็นสมบัติของโรงเรียน ยังมีหลายสิ่งที่น่าสนใจ โดยได้คัดลอกและสรุปเป็นลำดับดังนี้ (สะกดตามต้นฉบับ)

๑. นายเซียวซองแป๊ะ สีบุญเรือง สร้างถังน้ำคอนกรีตให้ ๑ ใบ ราคา ๑๕๐ บาท และให้รูปนายเซียวซองอ๊วน สีบุญเรือง ๒ รูป ราคารูปละ ๒๐ บาท รวม ๑๙๐ บาท

๒. พระพิศาลพาหนชน ให้ถังน้ำคอนกรีต ๑ ใบ ราคา ๑๕๐ บาท โต๊ะประชุมรูปไข่ ๑ ตัว ราคา ๒๐ บาท รวม ๑๗๐ บาท

๓. นางเนื่อง สีบุญเรือง ให้ถังน้ำคอนกรีต ๑ ใบ ราคา ๑๕๐ บาท นาฬิกาลอนดอน ๑ เรือน ราคา ๑๖ บาท

๔. ขุนสุคนธวิทศึกษากร ให้หม้อกรองน้ำเคลือบ ๑ ใบ ราคา ๒๘ บาท

๕. นายและนางทีหวย สุยะนันท์ กับนายและนางพัฒน์ หลิมเจริญ ให้ตู้ใส่หนังสือรายละ ๑ ใบ รวม ๒ ใบ ราคาใบละ ๑๖ บาท

๖. นายเทียมเข่ง ให้โต๊ะและเก้าอี้รับแขก ๑ ชุด ราคา ๑๖ บาท

๗. นายเลื่อนและนางปรานี จุละโพธิ ให้แผนที่ประเทศสยามอย่างใหญ่กรุผ้าระบายสีแบ่งมณฑล ๑ แผ่น ราคา ๑๕ บาท ๔๓ สตางค์

๘. นายอี่ เฮี้ยนชาศรี ให้โต๊ะหมู่บูชาพระ ๑ ชุด ราคา ๑๒ บาท

๙. นายกิมลั้ย เคียงศิริ นายจู๋ นายวัดเส็ง นายอี่ นายอู๋ ให้โต๊ะครู เก้าอี้ กะปุกหมึกและที่วางด้ามปากกา คนละ ๑ ชุด ชุดละ ๑๐ บาท

๑๐. นายพุก แซ่ลิ้ม ให้พระบรมรูปรัชชกาลปัจจุบันชะนิดตั้ง ๑ พระรูป ราคา ๑๐ บาท

๑๑. หลวงเดิมบางบริบาล ให้พระบรมรูปรัชชกาลที่ ๕ ขนาด ๒๔ นิ้ว พร้อมกรอบ ๑ พระรูป ราคา ๗ บาท ๕๐ สตางค์ และให้รูปของหลวงเดิมบางบริบาลอีก ๑ รูป ราคา ๖ บาท

๑๒. นายมงคล พวงพงษ์ นายซุ่นฮก เติมประยูร นายบุญมาก โพธิพันธ์ นายเหม้น ไวยะวงษ์ ให้พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้ง ๗ รัชชกาล ขนาด ๒๔ นิ้ว พร้อมทั้งกรอบ คนละ ๑ พระรูป ราคาพระรูปละ ๗ บาท ๕๐ สตางค์

๑๓. นายไล่อู่ เปี่ยมเพิ่มผล กับห้างถ่ายรูปสยามจำลองลักษณ์ ให้พระรูปสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต และพระรูปพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าธานีนิวัตคนละพระรูป ราคาพระรูปละ ๗ บาท

๑๔. พระยาสุรพันธ์เสนี และพระพิชัยบุรินทรา ให้รูปของตนพร้อมทั้งกรอบคนละละรูป ราคารูปละ ๖ บาท

๑๕. หลวงสรรพพากย์พิสุทธิ์ กับขุนประจิตดรุณแพทย์ ให้รูปของตนคนละรูป ราคารูปละ ๕ บาท

๑๖. นายจำรัส แก้วพร้อม ให้ถังน้ำสังกะสี ๔ ใบ ราคา ๑ บาท

สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต
(สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต)
ภาพจาก
https://th.wikipedia.org
พระรูปพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าธานีนิวัต
(มหาอำมาตย์เอก พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร)
ภาพจาก
https://th.wikipedia.org
หลวงเดิมบางบริบาล (ตังกุย กุณฑลบุตร)
ภาพจากหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพหลวงเดิมบางบริบาล (นายเดิม กุณฑลบุตร)
พระยาสุรพันธ์เสนี
(พันเอกพระยาสุรพันธ์เสนี (อิ้น บุนนาค) )
ภาพจากหนังสืออนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พันเอก พระยาสุรพันธเสนี (อิ้น บุนนาค)

หลวงสรรพพากย์พิสุทธิ์
ภาพจากหนังสืออนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ หลวงสรรพพากย์พิสุทธิ์ 
ขุนสุคนธวิทศึกษากร
ภาพจาก
https://th.wikipedia.org
นายเซียวซองแป๊ะ สีบุญเรือง
ภาพจากหนังสือที่ระลึกในการฉลองโรงเรียน "ศรีบุณยานุสสรณ" และสะพาน "เริงบุญ"

ตลอดระยะเวลาเกือบ ๙๐ ปี จากวันนั้นจนถึงวันนี้ สิ่งของบริจาคต่างๆ ได้ยังประโยชน์และความรู้แก่ลูกหลานชาวกระทุ่มแบนที่ได้เข้าศึกษา ณ สถาบันแห่งนี้เป็นจำนวนมาก เชื่อได้เลยว่า หากผู้ใจบุญดังได้เอ่ยรายนามข้างต้นได้ทราบ คงจะมีความปลาบปลื้มใจเป็นแน่แท้ และคงจะเป็นเรื่องที่น่าปลาบปลื้มยิ่งขึ้นไป หากสิ่งของดังกล่าวยังคงมีหลงเหลือเก็บรักษาไว้ เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ประวัติของทางโรงเรียนสืบต่อไป แต่ก็คงเป็นเรื่องลำบากที่สิ่งของบางอย่างจะอยู่คงทนกับระยะเวลากว่า ๙๐ ปีได้ เชื่อได้เลยว่าโดยส่วนใหญ่คงเสียหาย สูญหายไปตามกาลเวลาและการใช้งาน ผู้เขียนเองก็ไม่ได้มีโอกาสเข้าไปสอบถามกับทางโรงเรียนว่ามีสิ่งใดหลงเหลือเก็บรักษาไว้อยู่บ้าง แต่หากยังคงมีอยู่ก็อยากจะฝากทางโรงเรียนและผู้เกี่ยวข้องช่วยเก็บรักษาไว้เป็นส่วนหนึ่งส่วนสำคัญของทางโรงเรียนและชาวกระทุ่มแบนด้วยครับ หรือจะทำเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมสักห้องหนึ่งของทางโรงเรียนเองด้วยก็จะดียิ่งเลยเช่นกันครับ ^^

หมายเหตุ
• รองอำมาตย์โท ขุนประจิตดรุณแพทย์ อดีตศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร
• 
พระพิชัยบุรินทรา คือ พระยาพิชัยบุรินทรา (ฉ่ำ บุนนาค)
• ข้อมูลของบริจาคจาก ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๔๙

แอดมินกระทุ่มแบนโฟโต้
๒๘ มิ.ย. ๒๕๖๒

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชื่อ "กระทุ่มแบน" มาจากไหน

"บ้านน้องอยู่ที่ไหนนะ?" "กระทุ่มแบนครับ" "แล้ว กระทุ่มแบน เนี่ย ทำไมมันถึงชื่อนี้?" "อืม..ไม่แน่ใจ...ไม่ทราบเลยครับ" เชื่อได้ว่าคนกระทุ่มแบนหลายคนคงจะคุ้นเคยกับบทสนทนาประมาณข้างต้น ที่ตอบได้เพียงคำถามแรก แต่เมื่อถึงคำถามที่สอง เซลล์สมองอาจต้องวิ่งทำงานเหนื่อยกันเลยทีเดียว สุดท้ายบางคนตอบได้ บางคนเดาไป บางคนถามกลับว่า "อยากจะรู้ไปทำไม" สำหรับผมแล้ว... "กระทุ่มแบน...ทำไมมันถึงชื่อนี้" มันเป็นคำถามที่ค้างคาใจมาหลายปี จนกระทั่งวันที่พอจะมีกำลังและเวลา รวมถึงความพร้อมประกอบอื่นๆ ทำให้ได้ออกค้นหาคำตอบเสียที ภาพแผนที่ตัดเฉพาะส่วนจากกรมแผนที่ทหารบกสำรวจเมื่อ พ.ศ. 2456 ภาพจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

กว่า ๙๐ ปี "ร้านกิมกี่" และเรื่องเล่าจากเจ้าของร้าน

ตลาดกระทุ่มแบนเป็นอีกหนึ่งชุมชนอันเป็นศูนย์กลางด้านการค้าที่สำคัญมาหลายร้อยปีในอำเภอกระทุ่มแบน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บ้านเรือนที่ตั้งอยู่ตามแนวคลองภาษีเจริญในบริเวณตลาด ใกล้กับจุดที่คลองกระทุ่มแบนตัดผ่านกับคลองภาษีเจริญ หรือคนเก่าๆ ในพื้นที่เรียกกันว่า “ตลาดสี่แยก” หรือ “ตลาดสี่กั๊ก” อันเป็นตลาดน้ำที่คนรุ่นเกิดก่อนปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้บอกเล่ากันเป็นเสียงเดียวว่ามีความคึกคัก มีเรือแน่นเป็นร้อยลำทั้งเรือพ่อค้าแม่ค้า และเรือชาวบ้านที่มาจับจ่ายซื้อของในยามเช้า เรือนไม้ริมคลองบริเวณถนนเจริญสวัสดิ์นับตั้งแต่สามแยกโรงพิมพ์วิไลพาณิชย์ยาวเรื่อยไปจนถึงศาลหลวงตาทองก็จะเป็นห้องแถวไม้เก่าที่เป็นแถวแนวยาว บางส่วนมีการก่อสร้างขึ้นในยุค ๒๔๙๐ แต่บางส่วนก็มีการก่อสร้างมาก่อนหน้านั้น มีห้องแถวอยู่ช่วงหนึ่งฝั่งตลาดบริเวณเชิงสะพานแป๊ะกง หรือที่หลายคนเรียกกันอีกชื่อว่า “ตลาดบุญมี” ที่ยังคงสภาพความเป็นเรือนไม้เก่าที่ขนาบข้างด้วยอาคารคอนกรีตที่ปลุกขึ้นมาทดแทน ทำให้ผมได้มีโอกาสได้พอเห็นสภาพเดิมของห้องแถวรุ่นแรกๆ ของตลาดกระทุ่มแบนอยู่บ้าง แต่จะมีอยู่ร้านหนึ่งที่มีป้ายระบุอายุร้านชั...

ทำความรู้จัก ประตูน้ำกระทุ่มแบน (ประตูน้ำอ่างทอง)

           ย้อนกลับไปเมื่อ 5-6 ปีก่อนที่ผมเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับกระทุ่มแบนทั้งภาพถ่ายเก่า ประวัติต่างๆ ทั้งจากหนังสือและคำบอกเล่าของคนในชุมชนเอง หนึ่งในภาพและเรื่องราวที่น่าสนใจในการออกตามหาครานั้นก็คือ ภาพประตูน้ำอ่างทอง หรือประตูน้ำกระทุ่มแบนนั่นเอง            ขอเล่าความเดิมเกี่ยวกับคลองภาษีเจริญสักเล็กน้อยคร่าวๆ ครับ            เมื่อราว พ.ศ. 2393 - 2410  ช่วงที่การค้าน้ำตาลและผลผลิตจากน้ำตาลรุ่งเรือง สังเกตได้จากจำนวนโรงงานน้ำตาลริมแม่น้ำนครชัยศรี (แม่น้ำท่าจีนในช่วงที่ไหลผ่านสมุทรสาคร) ซึ่งมีมากถึง 23 แห่ง ในปี พ.ศ. 2408 และพื้นที่ปลูกอ้อยที่มีมากที่สุดในช่วงนั้นก็คือ ย่านนครชัยศรี ซึ่งแสดงให้เห็นว่านครชัยศรีเป็นแหล่งผลิตน้ำตาลที่สำคัญ ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการค้าน้ำตาลและอำนวยความสะดวกในการขนส่งน้ำตาลจากแหล่งผลิตมาสู่ตลาดและกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวก จึงมีการขุดคลองเจดีย์บูชา คลองภาษีเจริญและคลองดำเนินสะดวก เพื่อให้สามารถลำเลียง ภาพคร้อปส่วนแผนที่ จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ   ...