ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รองอำมาตย์เอก หลวงโกสุมศิริเขตร์ นายอำเภอลำดับที่ ๕ แห่งกระทุ่มแบน

เมื่อประมาณ ๒-๓  ปีที่แล้ว (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๑) ผมได้หนังสือเก่าเกี่ยวกับกระทุ่มแบนมาเพิ่มเติมอีกหนึ่งเล่ม เมื่อพิจารณาดูหน้าปกแล้วชื่อไม่คุ้นตาเลย แต่เมื่อเริ่มพลิกอ่านประวัติถึงกับต้องร้อง อ๋อ...

บุคคลท่านนี้คืออดีตนายอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ลำดับที่ ๕ ซึ่งหนังสือเล่มนี้นับเป็นข้อมูลนายอำเภอเก่าที่สุดของกระทุ่มแบนเท่าที่ผมเคยอ่านเจอมา ที่สำคัญในหนังสือเล่มนี้มีรูปถ่ายเกือบเต็มตัวในเครื่องแบบของท่านด้วย

นอกจากนี้ผมยังเคยได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณลุงจำลอง อายุประมาณ ๗๐ ปี ในย่านท่าเสา ซึ่งทำให้ทราบว่าคุณลุงเป็นหลานหลวงโกสุมศิริเขตร์ บ้านของคุณหลวงโกสุมฯ อยู่ถัดเข้าไปไม่ไกลมากนักจากบ้านของคุณลุง


รองอำมาตย์เอก หลวงโกสุมศิริเขตร์ (เริก บุนนาค)นายอำเภอกระทุ่มแบน ลำดับที่ ๕ดำรงตำแหน่ง พ.ศ. ๒๔๕๓-๒๔๖๑

รองอำมาตย์เอก หลวงโกสุมศิริเขตร์ (เริก บุนนาค) (*คุณลุงจำลองให้ข้อมูลจากการสัมภาษณ์เพิ่มเติมว่าชื่อเดิมท่านคือ สุดใจ บุนนาค) เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๔๑๓
ที่บ้าน ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร  เป็นบุตรของ พระยาสมุทรสาครานุรักษ์ (สุด บุนนาค) 
เจ้าเมืองสาครบุรี (ปัจจุบันคือจังหวัดสมุทรสาคร) หรือที่เรียกกันว่า ‘เจ้าคุณท่าจีน’ และ คุณหญิงสมุทรสาครานุรักษ์ (สมบุญ บุนนาค)

พระยาสมุทรสาครานุรักษ์ (สุด บุนนาค)
ภาพจาก FB:ประชาคมเกษตรเจ้าคุณ


รองอำมาตย์เอก หลวงโกสุมศิริเขตร์ ได้สมรสกับนางเอี่ยม ที่บ้านท่าเสา ต.ท่าเสา อ.กระทุ่มแบน เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๐

หลังจากลาออกจากราชการแล้วได้กลับมาอยู่ที่บ้านท่าเสา อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร และยังได้ช่วยราชการตามควรแก่โอกาส เช่น รับเป็นผู้อุปการะโรงเรียนประชาบาลตำบลท่าเสา ๑ (ท่าเสาพิทยาคาร วัดท่าเสา) ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๗ (ปีเริ่มตั้งโรงเรียน) ตลอดมาจนถึงแก่กรรม

นอกจากนั้น 
พ.ศ. ๒๔๗๗ ท่านยังเคยเป็นผู้แทน ต.ท่าเสา 
พ.ศ. ๒๔๗๘ ได้เป็นสมาชิกสภาจังหวัดสมุทรสาคร เป็นกรรมการตรวจคะแนนในการเลือกตั้งผู้แทนราษฎร ประจำหน่วยตำบลท่าเสา

ท่านป่วยเป็นไข้และปอดอักเสบเนื่องจากโรคหอบหืดกำเริบ และอาการทรุดลงจนถึงแก่กรรมด้วยอาการสงบ เมื่อ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๔ รวมอายุได้ ๘๑ ปี

---
สรุป ตัดตอน คัดลอกจากหนังสือที่เจ้าภาพพิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพ รองอำมาตย์เอก หลวงโกสุมศิริเขตร์ (เริก บุนนาค) ณ เมรุวัดท่าเสา ต.ท่าเสา อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๔๙๔

หน้าปกหนังสือที่เจ้าภาพพิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพ รองอำมาตย์เอก หลวงโกสุมศิริเขตร์ (เริก บุนนาค)

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชื่อ "กระทุ่มแบน" มาจากไหน

"บ้านน้องอยู่ที่ไหนนะ?" "กระทุ่มแบนครับ" "แล้ว กระทุ่มแบน เนี่ย ทำไมมันถึงชื่อนี้?" "อืม..ไม่แน่ใจ...ไม่ทราบเลยครับ" เชื่อได้ว่าคนกระทุ่มแบนหลายคนคงจะคุ้นเคยกับบทสนทนาประมาณข้างต้น ที่ตอบได้เพียงคำถามแรก แต่เมื่อถึงคำถามที่สอง เซลล์สมองอาจต้องวิ่งทำงานเหนื่อยกันเลยทีเดียว สุดท้ายบางคนตอบได้ บางคนเดาไป บางคนถามกลับว่า "อยากจะรู้ไปทำไม" สำหรับผมแล้ว... "กระทุ่มแบน...ทำไมมันถึงชื่อนี้" มันเป็นคำถามที่ค้างคาใจมาหลายปี จนกระทั่งวันที่พอจะมีกำลังและเวลา รวมถึงความพร้อมประกอบอื่นๆ ทำให้ได้ออกค้นหาคำตอบเสียที ภาพแผนที่ตัดเฉพาะส่วนจากกรมแผนที่ทหารบกสำรวจเมื่อ พ.ศ. 2456 ภาพจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

กว่า ๙๐ ปี "ร้านกิมกี่" และเรื่องเล่าจากเจ้าของร้าน

ตลาดกระทุ่มแบนเป็นอีกหนึ่งชุมชนอันเป็นศูนย์กลางด้านการค้าที่สำคัญมาหลายร้อยปีในอำเภอกระทุ่มแบน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บ้านเรือนที่ตั้งอยู่ตามแนวคลองภาษีเจริญในบริเวณตลาด ใกล้กับจุดที่คลองกระทุ่มแบนตัดผ่านกับคลองภาษีเจริญ หรือคนเก่าๆ ในพื้นที่เรียกกันว่า “ตลาดสี่แยก” หรือ “ตลาดสี่กั๊ก” อันเป็นตลาดน้ำที่คนรุ่นเกิดก่อนปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้บอกเล่ากันเป็นเสียงเดียวว่ามีความคึกคัก มีเรือแน่นเป็นร้อยลำทั้งเรือพ่อค้าแม่ค้า และเรือชาวบ้านที่มาจับจ่ายซื้อของในยามเช้า เรือนไม้ริมคลองบริเวณถนนเจริญสวัสดิ์นับตั้งแต่สามแยกโรงพิมพ์วิไลพาณิชย์ยาวเรื่อยไปจนถึงศาลหลวงตาทองก็จะเป็นห้องแถวไม้เก่าที่เป็นแถวแนวยาว บางส่วนมีการก่อสร้างขึ้นในยุค ๒๔๙๐ แต่บางส่วนก็มีการก่อสร้างมาก่อนหน้านั้น มีห้องแถวอยู่ช่วงหนึ่งฝั่งตลาดบริเวณเชิงสะพานแป๊ะกง หรือที่หลายคนเรียกกันอีกชื่อว่า “ตลาดบุญมี” ที่ยังคงสภาพความเป็นเรือนไม้เก่าที่ขนาบข้างด้วยอาคารคอนกรีตที่ปลุกขึ้นมาทดแทน ทำให้ผมได้มีโอกาสได้พอเห็นสภาพเดิมของห้องแถวรุ่นแรกๆ ของตลาดกระทุ่มแบนอยู่บ้าง แต่จะมีอยู่ร้านหนึ่งที่มีป้ายระบุอายุร้านชั...

ทำความรู้จัก ประตูน้ำกระทุ่มแบน (ประตูน้ำอ่างทอง)

           ย้อนกลับไปเมื่อ 5-6 ปีก่อนที่ผมเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับกระทุ่มแบนทั้งภาพถ่ายเก่า ประวัติต่างๆ ทั้งจากหนังสือและคำบอกเล่าของคนในชุมชนเอง หนึ่งในภาพและเรื่องราวที่น่าสนใจในการออกตามหาครานั้นก็คือ ภาพประตูน้ำอ่างทอง หรือประตูน้ำกระทุ่มแบนนั่นเอง            ขอเล่าความเดิมเกี่ยวกับคลองภาษีเจริญสักเล็กน้อยคร่าวๆ ครับ            เมื่อราว พ.ศ. 2393 - 2410  ช่วงที่การค้าน้ำตาลและผลผลิตจากน้ำตาลรุ่งเรือง สังเกตได้จากจำนวนโรงงานน้ำตาลริมแม่น้ำนครชัยศรี (แม่น้ำท่าจีนในช่วงที่ไหลผ่านสมุทรสาคร) ซึ่งมีมากถึง 23 แห่ง ในปี พ.ศ. 2408 และพื้นที่ปลูกอ้อยที่มีมากที่สุดในช่วงนั้นก็คือ ย่านนครชัยศรี ซึ่งแสดงให้เห็นว่านครชัยศรีเป็นแหล่งผลิตน้ำตาลที่สำคัญ ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการค้าน้ำตาลและอำนวยความสะดวกในการขนส่งน้ำตาลจากแหล่งผลิตมาสู่ตลาดและกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวก จึงมีการขุดคลองเจดีย์บูชา คลองภาษีเจริญและคลองดำเนินสะดวก เพื่อให้สามารถลำเลียง ภาพคร้อปส่วนแผนที่ จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ   ...